วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคหืด


          รองศาสตราจารย์นายแพทย์ วัชรา บุญสวัสดิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจ จากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้อธิบายถึงสาเหตุของการเกิดโรคหืดไว้ว่า เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม ทำให้หลอดลมเกิดการหดเกร็ง มีอาการบวมของเยื่อบุหลอดลม มีมูกหลั่งในหลอดลมมาก เป็นผลให้หลอดลมตีบแคบลง และส่งผลให้หลอดลมของผู้ป่วยตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆได้ไวกว่าคนปกติ 

รู้ปัจจัยเสี่ยงต้นเหตุโรคหืด
   ปัจจัยที่ทำให้คนไทยในยุคนี้ป่วยเป็นโรคหืดกันมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดจาก
  • สารก่อภูมิแพ้ การได้รับสารก่อภูมิ จำพวก ขนสัตว์ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ บ่อยๆ ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดโรคหืดได้
  • ความเครียด ในขณะที่เราเครียด สมองจะเกิดความเปลี่ยนแปลง และมีผลทำให้หลอดลมเกิดอาการหดเกร็ง และก่อให้เกิดอาการหายใจติดขัดได้
  • ดูแลสุขภาพน้อยลง ความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทำให้คนในยุคปัจจุบันให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพน้อยลง ส่งผลให้ภูมิต้านทานของร่างกายบกพร่อง จึงป่วยบ่อย และมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหืดได้ง่าย
  • มลพิษทางอากาศ ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ไม่ว่าจะเป็นควันพิษ สารเคมีในที่ทำงาน ตลอดจนบ้านพักที่ขาดการดูแลรักษาความสะอาด ซึ่งล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคหืดได้ทั้งสิ้น
  • สูบบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูบหรือผู้สูดดมควัน มีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคเท่ากัน เพราะในควันบุหรี่มีสารปนเปื้อนกว่า 4,500 ชนิด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นอย่างดี ที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบของหลอดลม
  • กินผิด อาหารจั๊งฟู้ด หากรับประทานมากไป นอกจากจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหืดได้เช่นกัน
รู้จักวิธีรักษาโรคหืดในปัจจุบัน
       ปัจจุบันเรารู้แล้วว่า โรคหืดเกิดจากการอักเสบของหลอดลม ทำให้เราสามารถกำหนด แนวทางการรักษาได้ โดยใช้หลักการให้ยาไปลดการอักเสบของหลอดลม เมื่อหลอดลมมีอาการอักเสบลดลงอาการหอบก็จะหายไป
       ยาที่ลดอาการอักเสบที่สำคัญ ได้แก่ ยาพ่นสเตียรอยด์ ซึ่งผู้ป่วยจะต้องใช้ยาเป็นเวลานาน เพื่อลดอาการอักเสบของหลอดลม ซึ่งยาชนิดนี้ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยโรคหืดเนื่องจากใช้ฉีดพ่นในปริมาณที่ต่ำ มาก และฉีดพ่นเฉพาะที่ จึงไม่เป็นอันตรายต่ออวัยวะส่วนอื่นแต่อย่างใด อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น เสียงแหบ มีฝ้าขาวในปาก แต่ป้องกันได้ด้วยการบ้วนปากหลังพ่นยา
     นอกจากนี้ยังมี ยาฉีดเพื่อบรรเทาอาการ แต่จะใช้เมื่อมีอาการเท่านั้น ทั้งนี้ยาสำหรับรักษาโรคหืด เป็นยาเฉพาะที่จึงมีปริมาณการใช้ที่ต่ำ และมีอาการข้างเคียงน้อยกว่ายากินมาก

ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยโรคหืด
   นอกจากนี้สิ่งที่ผู้ป่วยโรคหืดต้องระวังเป็นพิเศษคือ
  • การออกกำลังกายหนักๆ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการโรคหืดกำเริบได้ (ผู้ป่วยโรคหืด สามารถออกกำลังกายได้ทุกชนิด แต่ควรออกำลังกายแต่พอดี และเน้นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของปอด เช่น ว่ายน้ำ ควบคู่ไปกับการรักษา)
  • กินยาบางชนิด ควรระวังการกินยาบางจำพวก เช่น ยาในกลุ่มแอสไพริน ซึ่งนายแพทย์วัชราได้บอกว่า คนไข้โรคหืดราว 10 เปอร์เซ็นต์ที่ไปหาหมอแก้โรคปวดข้อ และได้รับการฉีดหรือกินยาชนิดนี้เข้าไป เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น อาจได้รับอันตรายถึงเข้าห้องฉุกเฉินเลยทีเดียว
เช็คอาการเสี่ยงโรคหืดกันไหม
   สำหรับผู้ที่สงสัยว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหืดหรือไม่ เรามีแบบทดสอบมาให้ลองทำดูครับ คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่
 หายใจมีเสียงวี๊ดคล้ายนกหวีดในทรวงอก
 มีอาการไอ และจะเป็นมากในช่วงกลางคืน
 หายใจลำบาก และ แน่นหน้าอก คุณมักมีอาการแน่นหน้าอกเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นดังต่อไปนี้
 ขนสัตว์
 กลิ่นสเปรย์ หรือกลิ่นน้ำหอมต่างๆ
 ละอองเกสรดอกไม้
 ไรฝุ่น เชื้อรา
 ควันบุหรี่
 อากาศเปลี่ยนแปลง
 กินยาบางอย่าง (แอสไพริน)
 อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 ออกกำลังกายหนัก
 เป็นหวัดเกิน 10 วัน
 
    ถ้าคุณเคยมีอาการเหล่านี้ แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ควรตั้งข้อสังเกตว่าอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคหืดได้ และหากมีอาการผิดปกติมากกว่าหนึ่งข้อควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น